แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ น้ำหมักชีวภาพ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ น้ำหมักชีวภาพ แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2554

ประโยชน์และอัตราส่วนการใช้น้ำหมักชีวภาพ

การนำน้ำหมักชีวภาพหรือEM มาใช้ประโยชน์สามารถแยกออกตามวัตถุประสงค์ต่างๆดังนี้
การใช้เพื่อการเกษตร 
1. ช่วยปรับสภาพของดินให้ดีขึ้น ทำให้ดินโปร่ง ช่วยในการย่อยสลายอินทรีย์สารได้เร็วขึ้น และลดการเสื่อมสภาพของดิน เป็นปุ๋ยธรรมชาติได้ดีกว่าปุ๋ยเคมี เพราะจุลินทรีย์จากการทำน้ำหมักชีวภาพจะลงสู่ดิน ทำให้มีการย่อยอินทรีย์สารในดินได้ดีขึ้น พืชจึงได้รับสารอาหารและออกซิเจนได้มากขึ้น ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเกษตรได้ดี และเป็นเกษตรธรรมชาติที่ยั่งยืนเมื่อเทียบกับการใช้ปุ๋ยเคมี

2. ช่วยป้องกันแมลงและโรคระบาดที่เป็นศัตรูพืช พืชที่นิยมนำมาหมักเพื่อเป็นสารขับไล่แมลงศัตรูพืช เช่น สะเดา สาบเสือ ขิง ข่า หางไหล ตะไคร้หอม บอระเพ็ด เป็นต้น โดยการผสมน้ำหมักที่ได้จากพืชต่าง ๆ กับน้ำในอัตรา น้ำหมัก 1 ส่วน ต่อน้ำ 500 ส่วน ฉีดพ่นต้นพืชให้เปียกทั่ว ควรเริ่มใช้หลังต้นพืชงอก ก่อนที่แมลงจะมารบกวน และควรทำในตอนเช้าหรือหลังจากฝนตกหนัก และให้อย่างสม่ำเสมอ นอกจากมีผลในการป้องกันแมลงและโรคระบาดที่เป็นศัตรูพืชแล้ว ยังช่วยปรับสภาพให้พืชมีภูมิคุ้มกันดีขึ้นด้วย
3. ช่วยสร้างฮอร์โมนพืชและเร่งการเจริญเติบโตของพืช โดยส่วนประกอบที่นิยมนำมาใช้ เช่น
น้ำมะพร้าวที่สามารถหาได้จากการคั้นกะทิ หรือเปลือกสับปะรดจากร้านขายผลไม้ สำหรับฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโตของผลนั้นต้องฉีดพ่นให้ทั่วผล มิเช่นนั้นจะทำให้ด้านที่ได้รับน้ำหมักฮอร์โมนจะโตมากกว่าปกติ ทำให้ผลของพืชที่พ่นน้ำหมักฮอร์โมนจะโตมากกว่าปกติ ทำให้ผลของพืชที่พ่นน้ำหมักฮอร์โมนมีรูปร่างผิดปกติ
4. ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการกำจัดชิ้นส่วนพืชที่เหลือทิ้งทางการเกษตร และ ยังสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ทางการเกษตรได้อีกด้วย โดยการแปรรูปเป็นน้ำหมักชีวภาพเพื่อการเกษตร ปศุสัตว์ สิ่งแวดล้อม และการบริโภค
5. ใช้ป้องกันน้ำเน่าเสียในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ โดยใช้น้ำหมักชีวภาพ 1 ลิตร ต่อน้ำ 10 ลูกบาศก์เมตร ใส่บ่อทุก 7 วัน แล้วแต่สภาพน้ำและความหนาแน่นของสัตว์เลี้ยง และช่วยลดการถ่ายน้ำบ่อย ๆ หรืออาจจะไม่ต้องถ่ายน้ำเลยจนกว่าจะโตเต็มที่
การใช้บำรุงน้ำ
เทน้ำหมักลงในน้ำ จะช่วยทำให้สามารถปลดปล่อยออกซิเจนออกมา ทำให้น้ำมีคุณภาพดีขึ้น
ประโยชน์ต่อปศุสัตว์
1. การเพิ่มประสิทธิภาพในการย่อยอาหาร สัตว์ ปีกและสุกรเป็นสัตว์กระเพาะเดี่ยว ไม่สามารถย่อยหญ้าได้ดีเท่าสัตว์เคี้ยวเอื้อง เช่น วัว ควาย การใช้น้ำหมักชีวภาพเจือจางให้สัตว์ปีกและสุกรกินในอัตรา 1 ส่วนต่อน้ำ 1,000 ส่วน จะทำให้สัตว์ย่อยหญ้าสดหรือพืชสดได้ดีขึ้น เป็นการประหยัดอาหารเลี้ยงสัตว์ได้ถึง 30%
2. การเพิ่มความต้านทานโรคแก่สัตว์ การใช้น้ำหมักชีวภาพแบบเจือจางแก่สัตว์ทั้งทางน้ำหรือาหารในอัตรา 1 ส่วน ต่อน้ำ 1,000 ส่วนอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้สัตว์แข็งแรง มีภูมิต้านทานโรคดีขึ้น อุจจาระไม่เหม็น ลูกดก ไข่ดก ช่วยลดความเครียดจากการเปลี่ยนอาหารระยะต่าง ๆ ลดความเครียดจากการขนย้ายสัตว์และการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศได้ดี
3. การกำจัดกลิ่นเหม็นในคอกสัตว์ ในการเลี้ยงสัตว์ มูลสัตว์นับเป็นปัญหาสำคัญต่อสภาพแวดล้อมในฟาร์มและบริเวณใกล้เคียง การผสมน้ำหมักชีวภาพในอัตรา 1 ส่วนต่อน้ำ 1,000 ส่วนให้สัตว์กินทุกวัน จะช่วยลดกลิ่นเหม็นของมูลสัตว์ได้มากจนเกือบไม่มีเลย และคอกสัตว์โดยเฉพาะสุกรและโคนมที่ได้รับการฉีดล้างด้วยน้ำหมักชีวภาพที่ เจือจางด้วยอัตราส่วน 1 ส่วนต่อน้ำ 100 - 300 ส่วนเป็นประจำ จะไม่มีกลิ่นเหม็น สำหรับน้ำที่ได้จากการล้างคอก ถ้ากำจัดอย่างถูกวิธีจะสามารถนำไปรดน้ำต้นไม้หรือปล่อยลงแม่น้ำลำคลองโดยไม่ เป็นปัญหาต่อสิ่งแวดล้อม
4. การลดปัญหาเรื่องแมลงวันและยุง บริเวณคอกสัตว์ที่ได้รับการฉีดพ่นด้วยน้ำหมักชีวภาพในอัตรา 1 ส่วนต่อน้ำ 300 ส่วนเป็นประจำ จะลดปัญหาเรื่องแมลงวันลงจนเกือบไม่มีเลย รวมทั้งยุงจะลดน้อยลงด้วย
ประโยชน์ต่อชีวิตประจำวัน
-ใช้ราดลงในโถส้วม สัปดาห์ละ 1-2 แก้ว จะช่วยดับกลิ่นเหม็นในห้องน้ำ ห้องส้วม โถส้วม และทำให้ส้วมไม่เต็มเร็ว
-ใช้เทลงท่อระบายน้ำทิ้งเป็นประจำ จะช่วยขจัดคราบไขมันที่อุดตันท่อน้ำได้ดี
-ใช้เทลงในท่อระบายน้ำเป็นประจำ จะช่วยลดกลื่นเหม็นจากน้ำเน่า
-ใช้ลดกลิ่นเหม็นจากกองขยะ โดยผสมน้ำหมักชีวภาพอัตราส่วน 10 c.c.ต่อน้ำสะอาด 1 ลิตร ฉีดพ่นไปกองขยะเป็นประจำ

อ่านต่อ

การทำน้ำหมักชีวภาพ หรือ EM

เพื่อเตรียมความพร้อมในการทำเกษตรอินทรีย์ที่ได้ผล จำเป็นอย่ายิ่งที่ต้องทำน้ำหมักชีวภาพไว้ใช้ ซึ่งวัตถุดิบและขั้นตอนการทำมีดังนี้
ส่วนผสม
1.พืช ผัก ผลไม้สุก 3 กิโลกรัม
2. กากน้ำตาลหรือน้ำตาลทรายแดง 1 กิโลกรัม
วิธีทำ
ผสมส่วนประกอบทั้งหมด คลุกเคล้าให้เข้ากันเบาๆ ใส่ถังปิดฝาให้สนิทตั้งไว้ในที่ร่ม หมักนานประมาณ
15 วันแล้วเปิดฝาเติมน้ำลงไป 10 ลิตร ใช้ไม้คนให้ทั่วแล้วปิดฝาไว้ดังเดิมหมักต่ออีก 30วัน จึงกรองเอาน้ำหมักที่ได้ไปใช้จะทำให้ได้น้ำหมักที่มีประสิทธิภาพ

การขยายเชื้อน้ำหมัก

ใช้ น้ำหมัก 1 ลิตร กากน้ำตาล 1 ลิตร น้ำเปล่า 10 ลิตร ผสมกันใส่ถังปิดฝาหมักตั้งเก็บในร่ม 15-60วัน จากนั้นจึงสามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อไปได้

อ่านต่อ

น้ำหมักชีวภาพ หรือ EM

E.M. ย่อมาจากคำว่า Effective Micro-organisms หมายถึง กลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพคิดค้นพบโดย ศาสตราจารย์ ดร.เทรโอะ ฮิงะ (TEROU HIGA) แห่ง มหาวิทยาลัยริวกิว เมืองโอกินาว่า ประเทศญี่ปุ่น โดยใช้เทคนิคทางชีวภาพ รวบรวมเฉพาะกลุ่มจุลินทรีย์ หมวดสร้างสรรค์ที่มีอยู่ในธรรมชาติมาใช้ประโยชน์ ช่วยปรับปรุงสภาพความสมดุลของสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น จุลินทรีย์หมวดสร้างสรรค์ที่มีใน EM ได้แก่ กลุ่มจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง แลกโตบาซิลัส เพนนิซีเลี่ยม ไตรโคเดอมา ฟูซาเรียม สเตรปโตไมซิส อโซโตแบคเตอ ไรโซเบียม ยีสต์ รา ฯลฯ
จุลินทรีย์ใน EM ส่วนใหญ่เป็นจุลินทรีย์ที่ไม่ต้องการอากาศ และมีพลัง “แอนติออกซิเดชั่น” ซึ่ง เป็นพลังสร้างสรรค์ของชีวิต ป้องกันมิให้มีการทำลายชีวภาพที่สำคัญของ เซลล์ได้ป้องกันฤทธิ์ของสารพิษได้หลายชนิด รักษาสภาพธรรมชาติของเซลล์ ได้มิให้เสื่อมสภาพรักษาสุขภาพของคนและสัตว์ มิให้เป็นโรคหรือเจ็บป่วยได้ง่าย

ลักษณะโดยทั่วไปของ EM
เป็นของเหลวสีน้ำตาลกลิ่นหอมอมเปรี้ยวอมหวาน (เกิดจากการทำงานของกลุ่มจุลินทรีย์ต่าง ๆ ใน E.M.) เป็น กลุ่มจุลินทรีย์ที่มีชีวิต ไม่สามารถใช้ร่วมกับสารเคมีหรือ ยาปฏิชีวนะและยาฆ่าเชื้อต่าง ๆ ได้ ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต เช่น คน สัตว์ พืช และแมลงที่เป็นประโยชน์ ช่วยปรับสภาพความสมดุลของสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม เป็นกลุ่มจุลินทรีย์ ที่ทุกคนสามารถนำไปเพาะขยายเพื่อช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง

ลักษณะการผลิต
เพาะขยายจากจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์มากกว่า 80 ชนิด จากกลุ่มจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง
- กลุ่มจุลินทรีย์ผลิตกรดแลคติค
- กลุ่มจุลินทรีย์ตรึงไนโตรเจน
- กลุ่มจุลินทรีย์แอคทีโนมัยซีทส์
- กลุ่มจุลินทรีย์ยีสต์
ซึ่ง เป็นจุลินทรีย์ที่ได้จากธรรมชาตินำมาเพาะเลี้ยงและขยายให้จุลินทรีย์ขยายตัว ด้วยปริมาณที่สมดุลกันด้วยเทคโนโลยีพิเศษ โดยใช้อาหารจากธรรมชาติ เช่น โปรตีน รำข้าว และสารประกอบอื่น ๆ ที่ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต

ประโยชน์ของจุลินทรีย์โดยทั่วไป
ด้านการเกษตร
- ช่วยปรับสภาพความเป็นกรด-ด่างในดินและน้ำ
- ช่วยแก้ปัญหาจากแมลงศัตรูพืชและโรคระบาดต่าง ๆ
- ช่วยปรับสภาพดินให้ร่วนซุย อุ้มน้ำและอากาศผ่านได้ดี
- ช่วยย่อยสลายอินทรีย์วัตถุ เพื่อให้เป็นปุ๋ย (อาหาร) แก่อาหารพืชดูดซึมไปเป็นอาหารได้ดี ไม่ต้องใช้พลังงานมากเหมือนการให้ปุ๋ยวิทยาศาสตร์
- ช่วยสร้างฮอร์โมนพืช พืชให้ผลผลิตสูงและคุณภาพดีขึ้น
- ช่วยให้ผลผลิตคงทน สามารถเก็บรักษาไว้ได้นาน มีประโยชน์ต่อการขนส่งไกล ๆ เช่น ส่งออกต่างประเทศ
- ช่วยกำจัดกลิ่นเหม็นจากฟาร์มปศุสัตว์ ไก่และสุกร ได้ภายในเวลา 24 ชม.
- ช่วยกำจัดน้ำเสียจากฟาร์มได้ภายใน 1 – 2 สัปดาห์
- ช่วยกำจัดแมลงวัน โดยการตัดวงจรชีวิตของหนอนแมลงวันไม่ให้เข้าดักแด้เกิดเป็นตัวแมลงวัน
- ช่วยป้องกันอหิวาห์และโรคระบาดต่าง ๆ ในสัตว์แทนยาปฏิชีวนะและอื่น ๆ ได้
- ช่วยเสริมสุขภาพสัตว์เลี้ยง ทำให้สัตว์แข็งแรงมีความต้านทานโรคสูง ให้ผลผลิตสูงอัตราการตายต่ำ
ด้านกราประมง
- ช่วยควบคุมคุณภาพในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำได้
- ช่วยแก้ปัญหาโรคพยาธิในน้ำเป็นอันตรายต่อกุ้ง ปลา กบ หรือสัตว์น้ำที่เลี้ยงได้
- ช่วยรักษาโรคแผลต่าง ๆ ในปลา กบ จระเข้ ฯลฯ ได้
- ช่วยลดปริมาณขี้เลนในบ่อ และทำให้เลนไม่เน่าเหม็น สามารถนำไปผสมปุ๋ยหมักใช้พืชต่างๆ ได้อย่างดี
ด้านสิ่งแวดล้อม
- ช่วยปรับสภาพเศษอาหารจากครัวเรือน ให้กลายเป็นปุ๋ยที่มีประโยชน์ต่อพืชผักได้
- ช่วยปรับสภาพน้ำเสียจากอาคารบ้านเรือน โรงงาน โรงแรมหรือแหล่งน้ำเสีย
- ช่วยดับกลิ่นเหม็นจากกองขยะที่หมักหมมมานานได้
ที่มาจาก ชานชาลาแห่งการเรียนรู้

อ่านต่อ