แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การควบคุมศัตรูพืช แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การควบคุมศัตรูพืช แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2554

การควบคุมศัตรูพืช(2)

การป้องกันและกำจัดวัชพืช
1. ใช้วิธีการถอน ใช้จอบถาง ใช้วิธีการไถพรวน
2. ใช้ วัสดุคลุมดินซึ่งเป็นการปกคลุมผิวดินช่วยอนุรักษ์ดินและน้ำ และเป็นการเพิ่มอินทรีย์วัตถุให้กับดินอีกด้วย โดยส่วนใหญ่มักใช้วัสดุตามธรรมชาติ ได้แก่ เศษซากพืชหรือวัสดุเหลือใช้ในการเกษตร เช่น ฟางข้าว ตอซังพืช หญ้าแห้ง ใบไม้แห้ง ต้นถั่ว ขุยมะพร้าว กากอ้อย แกลบ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีพลาสติกที่ผลิตขึ้น สำหรับการคลุมดินโดยเฉพาะซึ่งสามารถนำมาใช้ได้เช่นกัน
3. ปลุกพืชคลุมดิน เช่น การปลูกพืชตระกูลถั่วคลุมดินในสวนไม้ผล การปลูกพืชต่าง ๆ เช่น ผัก ไม้ดอก สมุนไพร แซมในสวนไม้ผล เป็นต้น
การป้องกันและกำจัดโรคและแมลงศัตรูพืช
1. การป้องกันและกำจัดโดยวิธีกล (mechanical control) เช่น การใช้มือจับแมลงมาทำลาย การใช้มุ้งตาข่าย การใช้กับดักแสงไฟ การใช้กับดักกาวเหนียว เป็นต้น
2. การป้องกันและกำจัดโดยวิธีเขตกรรม (cultural control) เช่น
 1) การดูแลรักษาแปลงให้สะอาด

2) การหาระยะเวลาที่เหมาะสมในการปลูกพืช

3) การเก็บเกี่ยวพืชเพื่อหลีกเลี่ยงการทำลายของโรคและแมลง

4) การใช้ระบบการปลูกพืช เช่น การปลูกพืชหมุนเวียน การปลูกพืชแซม

5) การจัดการให้น้ำ

6) การใส่ปุ๋ยให้เหมาะสมกับความต้องการของพืชเพื่อลดการทำลายของโรคและแมลง

3. การป้องกันและกำจัดศัตรูพืชโดยชีววิธิ (biological control) คือการใช้ประโยชน์จากแมลงศัตรูธรรมชาติ คือ

1) ตัวเบียน (parasite) ส่วนใหญ่หมายถึง แมลงเบียน (parasitic insects) ที่อาศัยแมลงศัตรูพืชเพื่อการดำรงชีวิตและการสืบพันธุ์ซึ่งทำให้แมลงศัตรู พืชตายในระหว่างการเจริญเติบโต

2) ตัว ห้ำ ได้แก่ สิ่งมีชีวิตที่ดำรงชีวิตโดยการกินแมลงศัตรูพืชเป็นอาหารเพื่อการเจริญเติบโต จนครบวงจรชีวิต ตัวห้ำพวกนี้ได้แก่ สัตว์ที่มีกระดูกสันหลังได้แก่ สัตว์ปีก เช่น นก สัตว์เลื้อยคลาย เช่น งู กิ้งก่าสัตว์ ครึ่งบกครึ่งน้ำ เช่น กบ ตัวห้ำส่วนใหญ่ที่มีความสำคัญในการควบคุมแมลงและไรศัตรูพืชได้แก่สัตว์ไม่มี กระดูกสันหลัง เช่น แมงมุม ไรตัวห้ำ และตัวห้ำส่วนใหญ่ได้แก่แมลงห้ำ (predatory insects) ซึ่งมีมากชนิดและมีการขยายพันธุ์ได้รวดเร็ว

3) เชื้อโรค ส่วนใหญ่หมายถึงจุลินทรีย์ที่ทำให้แมลงศัตรูพืชเป็นโรคตาย เช่น เชื้อไวรัสแบททีเรีย รา โปรโตซัว ไส้เดือนฝอยทำลายแมลงศัตรูพืช

4. การป้องกันโดยใช้พันธุ์พืชต้านทาน (host plant resistance)

5. การป้องกันและกำจัดศัตรูพืชโดยใช้สมุนไพรต่าง ๆ
ที่มาจาก http://rivermool.exteen.com/

อ่านต่อ

วันอาทิตย์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2554

การควบคุมศัตรูพืช

1. ก่อนปลูกพืช
1.1 ในกรณีที่ปลูกพืชด้วยเมล็ดพันธุ์ ควรใช้เมล็ดพันธุ์ที่ปราศจากศัตรูพืช เช่น โรค แมลงและวัชพืช โดยกรรมวิธีดังนี้
- แช่เมล็ดในน้ำร้อนอุณหภูมิ 50 - 55 ํC นาน 10-30 นาที (ขึ้นอยู่กับชนิดของเมล็ดพันธุ์เพื่อกำจัดเชื้อราและแบคทีเรียบางชนิดที่ติด มากับเมล็ด
- คลุกเมล็ดด้วยเชื้อจุลินทรีย์ปฏิปักษ์ เช่น เชื้อราไตรโคเดอม่า, เชื้อแบคทีเรีย Bacillus subtilis (Bs) ขึ้นอยู่กับชนิดเมล็ดพืชและเชื้อสาเหตุของโรค
- ใช้พันธุ์ต้านทานโรค แมลงและ/หรือวัชพืช
1.2 การเตรียมแปลงเพาะกล้า
- อบดินด้วยไอน้ำ
- คลุกดินด้วยเชื้อราปฏิปักษ์ เพื่อควบคุมเชื้อราที่เป็นสาเหตุของโรคในระยะต้นกล้า
1.3 การเตรียมแปลงปลูก
 - ไถพรวนและตากดิน 1-2 สัปดาห์ ในเมล็ดวัชพืชงอกแล้วไถกลบซ้ำอีกครั้งหนึ่ง

- ใช้พลาสติกใสที่ไม่ย่อยสลายคลุมแปลง ปลูกเพื่อกำจัดศัตรูพืชในดินโดยใช้แสงแดด

- ใช้ปูนโดโลไมท์หรือปูนขาวที่ได้จากธรรมชาติเพื่อปรับสภาพความเป็นกรด-ด่าง ของดินให้ไม่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเชื้อโรค

- ใช้น้ำขังท่วมแปลงเพื่อควบคุมโรคและแมลงที่อาศัยอยู่ในดิน

- ตากดินให้แห้งเพื่อกำจัดแมลงในดิน

- ใส่เชื้อราปฏิปักษ์ เช่น ไตรโคเดอม่า ลงในดินสำหรับพื้นที่ที่มีการระบาดของเชื้อราบางชนิด

2. ระยะที่พืชกำลังเจริญเติบโต

2.1 การควบคุมโรค เมื่อมีการระบาดของโรคให้ปฏิบัติดังนี้

- โรยเชื้อราปฏิปักษ์รอบโคนต้น

- เก็บชิ้นส่วนของพืชที่เป็นโรคออกจากแปลงปลูกและนำไปเผาทำลาย

- ใช้เชื้อแบคทีเรีย Bs พ่นหรือทาแผลที่ต้นพืช

สารที่อนุญาตให้ใช้ควบคุมโรค ได้แก่

- กำมะถัน

- บอร์โดมิกซเจอร์

- พืชสมุนไพรและสารสกัดจากสมุนไพร

- คอปเปอร์ซัลเฟต

- คอปเปอร์ไฮดรอกไซด์

- คอปเปอร์ออกซีคลอไรด์ง

2.2 การควบคุมแมลง

- สำรวจแมลงและศัตรูพืชอื่น ๆ ในแปลงปลูก

- หากพบแมลงศัตรูพืชให้ปฏิบัติดังนี้

*กรณีแมลงศัตรูพืชมีจำนวนน้อย ให้ใช้วิธีการควบคุมทางชีวภาพ ได้แก่

- พืชหรือสารสกัดจากพืชสมุนพี เช่น ดาวเรือง ว่านน้ำ พริก สาบเสือ ฯลฯ

- สารโรตีโนนจากหางไหลแดง

- สารสกัดจากสะเดา

- สารไพเรทรินจากธรรมชาติ

- ใช้จุลินทรีย์ปฏิปักษ์ เช่น

- เชื้อไวรัส NPV

- เชื้อแบคทีเรีย Bt

- เชื้อรา เช่น เชื้อราเมตาไลเซี่ยม

- ใช้ตัวห้ำตัวเบียน

- ใช้น้ำสบู่ หรือ น้ำ

- ใช้สารทำหมันแมลง

- ใช้กับดักกาวเหนียว กรณีแมลงศัตรูพืชระบาด

- ใช้กับดักกาวเหนียว/กับดักแสงไฟ เพื่อลดปริมาณแมลง

- ใช้ white oil/ mineral oil ที่ได้จากธรรมชาติ

2.3 การควบคุมวัชพืช

- ควรกำจัดวัชพืชในระยะก่อนออกดอกหรือติดเมล็ด เพื่อลดปริมาณเมล็ดวัชพืชที่สะสมในดินฤดูต่อไป

- ใช้วิธีทางกายภาพ เช่น การถอน การขุด การตัด ฯลฯ

- ใช้น้ำร้อน/ไอน้ำร้อน

- ปลูกพืชตระกุลถั่วคลุมดิน

- คลุมดินด้วยพลาสติกทึบแสงที่ไม่ย่อยสลาย

- ใช้สารสกัดจากพืช

- ใช้ชีววิธี เช่น แมลง สัตว์ หรือ จุลินทรีย์


หมายเหตุ

1. จุลชีพที่ใช้ในการควบคุมศัตรูพืชทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น ต้องไม่ผ่านการตัดต่อทางพันธุกรรม

2. สารอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากที่กล่าวมาแล้ว หากจะนำมาใช้ในการผลิตพืชอินทรีย์ ต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการตรวจสอบและออกใบรับรองก่อน


การจัดการหลังการเก็บเกี่ยว

- สารที่ใช้ในการดำเนินการหลังการเก็บเกี่ยวต้องเป็นสารจากธรรมชาติ ยกเว้นสารเคมีสังเคราะห์ที่อนุญาตให้ใช้ได้ตามมาตรฐานนี้

- มีแผนการจัดการหรือการบันทึกข้อมูลโรงเก็บ (ware house) ระบุการปฎิบัติ การควบคุมให้ถูกสุขลักษณะ ดังนี้

- ลักษณะของโรงเก็บสะอาดมีอากาศถ่ายเทสะดวก

- มีการป้องกัน นก หนู แมลง ปนเปื้อน

- มีการจัดการระเบียบภายในเหมาะสมต่อการปฏิบัติงาน

- มีการจัดระเบียบและชี้บ่งผลิตผลแต่ละชนิด ห้ามวางผลิตผลบนพื้น

- มีอุปกรณ์ที่จำเป็น/เหมาะสมในการเก็บรักษาผลิตผลแต่ละชนิด

- เลือกใช้เครื่องมือ/วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการบรรจุหีบห่อที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม


ข้อมูลโดย : โครงการเกษตรอินทรีย์ กรมวิชาการเกษตร

อ่านต่อ